ร้านสะดวกซักกับประเภทเครื่องซักผ้า อบผ้า

เครื่องซักผ้าถือเป็นหัวใจหลักของเหล่าบรรดาเครื่องจักรของการประกอบธุรกิจร้านสะดวกซัก

หากเลือกประเภทผิด  อาจจะส่งผลถึงธุรกิจของคุณในระยะยาวแน่นอน

แบบที่ 1.Consumer Grade คือคุณภาพเครื่องซักผ้าระดับเกรดที่ใช้ตามบ้านทั่วไป แต่มาประยุกต์ใช้ในร้านสะดวกซัก 
ข้อดีของเครื่องซักผ้าแบบ Consumer Grade คือ
  • งบลงทุนต่ำ มองเห็นจุดคุ้มทุนได้ง่ายกว่า 
  •  คนใช้งานค่อนข้างคุ้นเคย
  • กินไฟน้อย ไม่ต้องใช้แก๊สเพื่อลดต้นทุน 
  • ขนย้ายและติดตั้งง่าย น้ำหนักไม่มากจนเกินไป
ข้อเสียของ Consumer Grade
  • ใช้เวลาซัก/อบ นานประมาณ 1 ชม.ในการซัก และ 1 ชม.ในการอบผ้า
  • ขนาดของถังซัก/อบ จะมีขนาดไม่ใหญ่ และไม่ดึงดูดเนื่องจากขนาดเท่ากับเครื่องที่มีตามบ้าน 
  • ประกันเครื่องไม่นาน(นานเฉพาะมอเตอร์) เมื่อนำเครื่องมาใช้ในธุรกิจประกันจะสั้นลง
  • อายุการใช้งานสั้นกว่า
  • เครื่องค่อนข้างเปราะบางหากใช้ในเวลานานอาจเสียกระทันหัน

ดังนั้น Consumer Grade จึงไม่ค่อยเหมาะสมกับธุรกิจร้านสะดวกซัก สักเท่าไหร่เนื่องจาก  อาจมีปัญหาจุกจิกตามมา  ต้องเรียกใช้บริการศูนย์กันไม่เว้นวันเลยทีเดียว

 

 
 
 
แบบที่ 2.Commercial Grade คือเครื่องซักผ้าคุณภาพระดับใช้งานเชิงพาณิชย์ พวกนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร้านสะดวกซักโดยตรง โดยมีการผลิตชิ้นส่วนแข็งแรงระบบนี้เน้นการติดตั้งที่ดีขึ้นและต้องใช้พื้นที่ติดตั้งใหญ่กว่าแบบที่ 1 
ข้อดีของ Commercial Grade คือ
  • ซักเร็ว อบเร็ว โดยซักที่เวลาประมาณ 30 นาที และอบประมาณ 30 นาที
  • ขนาดของถังตั้งแต่ 10kg ถึง 13 kg
  • เลือกได้ทั้งแบบไฟฟ้า และแบบแก๊ส
  • มีระบบน้ำร้อน น้ำอุ่น น้ำเย็น สำหรับการซัก ช่วยให้ซักสะอาดขึ้นและละลายผงซักฟอกได้ดีขึ้น
  • อายุการใช้งาน 5 – 10 ปี ประกันประมาณ 5 ปี

ข้อเสียของ Commercial Grade
  • งบลงทุนสูง กว่าแบบที่1
  • ใช้ไฟฟ้าเยอะกว่าแบบ 1 
  • หากเลือกใช้แก๊ส จะต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน และ
  • ขนาดใหญ่ น้ำนักมาก เคลื่อนย้านและติดตั้งยาก 
 
 
             แม้แบบ Commercial Grade จะลงทุนสูงกว่า แต่เนื่องจากความเร็วในการซัก/อบสูงกว่าไปด้วย ทำให้เมื่อร้านอยู่ในทำเลที่มีประชากรหนาแน่น(Street Shop) ก็จะมีอัตตราการหมุนของลูกค้าต่อเนื่องได้หลายรอบใน 1 วัน ทำให้รายได้เป้าหมายสูงสุดของร้านและทำเลที่ดีจะทำรายได้ได้ถึง 1 แสน ถึง 2 แสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว(ขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องและทำเล) เนื่องจากตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้รันได้ติดต่อกันถึง 20 ชม. ต่อวัน
 
แบบที่ 3.Industrial Grade  คือเครื่องซักผ้าเกรดอุตสาหกรรม ตัวเครื่องจะเป็นสแตนเลส มีขนาดใหญ่และหนักมาก เครื่องเกรดนี้ปกติถูกใช้งานในโรงแรมหรือโรงพยาบาล ที่มีการใช้งานอย่างหนักต่อเนื่องได้ 24 ชม. อายุการใช้งานเป็นหลัก 10-25 ปี 
 
ข้อดีของ Industrial Grade คือ
  • ซักเร็ว อบเร็ว โดยซักที่เวลาประมาณ 30 นาที และอบประมาณ 30 นาที
  • ขนาดของถังตั้งแต่ 9kg ถึง 24 kg มีขนาดที่ใหญ่พิเศษได้มากกว่าแบบอื่น
  • เลือกได้ทั้งแบบไฟฟ้า และแบบแก๊ส
  • มีระบบน้ำร้อน น้ำอุ่น น้ำเย็น สำหรับการซัก ช่วยให้ซักสะอาดขึ้นและละลายผงซักฟอกได้ดีขึ้น
  • แกร่งมาก อายุการใช้งาน 10-25+ ปีขึ้นไป 
  •  
ข้อเสียของ Industrial Grade
  • งบลงทุนสูง
  • ใช้ไฟฟ้าเยอะ 
  • หากเลือกใช้แก๊ส จะต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน
  • ขนาดใหญ่ น้ำนักมาก เคลื่อนย้านและติดตั้งยาก ค่าติดตั้ง 
สำหรับแบบ Industrial Grade นั้นเป็นการลงทุนระยะยาว ประมาณ 10 ปีอาจจะไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องเลย แต่พื้นที่ทำเลที่เหมาะสมนั้นต้องเล็งดีๆ เนื่องจากเราต้องแน่ใจว่ากำลังเครื่องที่มากมาย รองรับการใช้งานได้ 24 ชม.นั้น มันต้องมีคนมาใช้งานจำนวนมากตามความสามารถของเครื่องด้วย ไม่อย่างนั้นผู้ลงทุนอาจจะบาดเจ็บในระยะยาวได้
 

   เมอร์เมซิสของเราใช้เครื่องจักรคุณภาพยในเกรดของ Commercial Grade และ Industrial Grade ซึ่งนอกจากเป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณแล้ว ยังช่วยยกระดับความเป็นมืออาชีพชของร้านคุณได้อย่างดียิ่ง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *